Our Mission and Vision
สารจากประธานมูลนิธิ
“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเสมอว่า การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนของสังคม เริ่มต้นจากการให้โอกาสแก่ผู้คน
บางครั้งการช่วยเหลืออาจเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ แต่หากสิ่งเล็ก ๆ นั้นสามารถสร้างความหวัง สร้างกำลังใจ และทำให้ใครคนหนึ่งสามารถลุกขึ้นมายืนได้ด้วยตนเอง นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่
มูลนิธิเก้ายั่งยืนจึงมุ่งมั่นทำงานเพื่อสร้างโอกาสให้แก่ผู้คนในหลากหลายด้าน ทั้งการศึกษา สาธารณสุข ศิลปะ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
เราเชื่อว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากคนเพียงคนเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือ ความเข้าใจ และการแบ่งปันของทุกคนในสังคม
ทุกความช่วยเหลือ ทุกความร่วมมือ และทุกการส่งต่อโอกาส คือพลังสำคัญที่จะทำให้สังคมของเราเข้มแข็งขึ้น
ในนามของมูลนิธิเก้ายั่งยืน ข้าพเจ้าขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนการทำงานของเรา
เราจะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างสิ่งดี ๆ เพื่อผู้คน เพื่อสังคม และเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน”
สุจินตนา จรรยาทิพย์สกุล
ประธานมูลนิธิเก้ายั่งยืน
Upcoming Community Events
สุจินตนา จรรยาทิพย์สกุล
ผู้สานต่อเจตนารมณ์แห่งการให้ และพลังของความสุข
คุณสุจินตนา จรรยาทิพย์สกุล เป็นประธานมูลนิธิเก้ายั่งยืน และผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานเพื่อสังคม งานด้านมนุษยธรรม รวมถึงการสนับสนุนศิลปะและความคิดสร้างสรรค์
ตลอดเส้นทางการทำงาน คุณสุจินตนาเชื่อมั่นว่า การสร้างสังคมที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่เริ่มต้นจากการมอบโอกาส การแบ่งปัน และการยื่นมือเข้าช่วยเหลือกัน
ด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมาย
“หากเราสามารถทำให้ใครคนหนึ่งมีความสุขได้ แม้เพียงช่วงเวลาหนึ่ง สิ่งนั้นก็มีคุณค่า”
แนวคิดดังกล่าวได้กลายเป็นส่วนสำคัญของการทำงาน ทั้งในบทบาทประธานมูลนิธิเก้ายั่งยืน และการสร้างพื้นที่ทางศิลปะผ่าน JS Arts Gallery
ตัวตนและแนวคิดในการใช้ชีวิต
สิ่งที่สะท้อนตัวตนของคุณสุจินตนาได้อย่างชัดเจน คือความเชื่อในคุณค่าของความสุขจากภายใน
สำหรับเธอ ความสุขที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นจากสิ่งภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการได้ทำสิ่งที่มีคุณค่า การได้แบ่งปัน และการได้เห็นผู้อื่นมีความสุข
คุณสุจินตนาเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการเปลี่ยนแปลงได้
ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากสิ่งที่ยิ่งใหญ่
แต่สามารถเริ่มจาก
การให้กำลังใจ
การมอบโอกาส
การแบ่งปัน
และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
แนวคิดเหล่านี้จึงกลายเป็นรากฐานสำคัญของการทำงานเพื่อสังคมตลอดมา
รากฐานจากครอบครัว
คุณสุจินตนาเติบโตขึ้นมาพร้อมกับการเรียนรู้คุณค่าของการให้และการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม
คุณแม่กัลยา จรรยาทิพย์สกุล เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิลุ่มแม่น้ำโขงเพื่อการพัฒนาแบบยั่งยืน เมื่อปี พ.ศ. 2546
การทำงานของคุณแม่จึงถือเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของแนวคิดการทำงานเพื่อสังคมของครอบครัว
มูลนิธิลุ่มแม่น้ำโขงเพื่อการพัฒนาแบบยั่งยืน ได้ดำเนินงานโดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนา
เจตนารมณ์ดังกล่าวได้รับการสานต่อและพัฒนามาเป็นการทำงานของมูลนิธิเก้ายั่งยืนในปัจจุบัน
สำหรับคุณสุจินตนา ครอบครัวจึงไม่ได้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของชีวิต
แต่เป็นรากฐานสำคัญของแนวคิด
“การได้รับโอกาส และการส่งต่อโอกาส”
ครอบครัวกับเจตนารมณ์แห่งการให้
ครอบครัวจรรยาทิพย์สกุลมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมแนวคิดและการทำงานเพื่อสังคมของคุณสุจินตนา
จากการได้เห็นและเรียนรู้การทำงานเพื่อส่วนรวม คุณสุจินตนาจึงนำแนวคิดดังกล่าวมาต่อยอดในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น
ทั้งงานด้าน
-
การพัฒนาคุณภาพชีวิต
-
การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส
-
งานด้านมนุษยธรรม
-
การศึกษาและเยาวชน
-
ศิลปะและวัฒนธรรม
-
การสร้างพื้นที่แห่งความสุข
-
การสร้างเครือข่ายเพื่อสังคม
สิ่งที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ คือการทำงานด้วยความเข้าใจในผู้คน และเชื่อมั่นว่าทุกคนสามารถร่วมกันสร้างสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นได้
การสานต่อจากรุ่นสู่รุ่น
จากจุดเริ่มต้นของมูลนิธิลุ่มแม่น้ำโขงเพื่อการพัฒนาแบบยั่งยืน
สู่การดำเนินงานภายใต้ชื่อ
มูลนิธิเก้ายั่งยืน
เป็นการเดินทางของเจตนารมณ์ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงคนรุ่นหนึ่ง
แต่เป็นการส่งต่อแนวคิด
ส่งต่อความตั้งใจ
และส่งต่อความรับผิดชอบต่อสังคม
คุณสุจินตนาได้นำประสบการณ์และแนวคิดจากอดีต มาพัฒนาการทำงานให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมในปัจจุบัน
โดยขยายงานให้ครอบคลุมทั้งในระดับชุมชน ประเทศ และความร่วมมือในระดับนานาชาติ
ผู้นำงานเพื่อสังคม
ในบทบาทประธานมูลนิธิเก้ายั่งยืน คุณสุจินตนาให้ความสำคัญกับการทำงานที่สร้างผลลัพธ์อย่างยั่งยืน
มูลนิธิสนับสนุนกิจกรรมและโครงการในหลากหลายด้าน โดยเฉพาะงานด้านมนุษยธรรมและการช่วยเหลือผู้คนที่ขาดโอกาส
หนึ่งในแนวคิดสำคัญ คือการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์โดยไม่แบ่งแยก
ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ภาษา หรือพรมแดน
เพราะความทุกข์และความสุขเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนสามารถเข้าใจร่วมกันได้
งานมนุษยธรรม
คุณสุจินตนาให้ความสำคัญกับงานด้านมนุษยธรรม โดยเชื่อว่าการได้ช่วยให้ใครคนหนึ่งกลับมามีโอกาสใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง
ผ่านการทำงานร่วมกับเครือข่ายและบุคลากรทางการแพทย์ มูลนิธิได้สนับสนุนโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาส และโครงการด้านมนุษยธรรมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
แนวคิดสำคัญ คือ
“มนุษยชาติ คือความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงเราทุกคนเข้าด้วยกัน”
ไม่ว่าผู้คนจะอยู่ที่ใด
พูดภาษาใด
หรือมีความแตกต่างกันอย่างไร
การช่วยให้ใครคนหนึ่งพ้นจากความทุกข์ คือคุณค่าที่ไม่สามารถวัดได้ด้วยสิ่งใด
ผู้หญิงกับพลังแห่งการสร้างสรรค์
นอกจากบทบาทด้านงานเพื่อสังคม คุณสุจินตนายังมีความผูกพันกับงานศิลปะ
เธอมองว่าศิลปะไม่ใช่เพียงสิ่งสวยงาม
แต่เป็นพื้นที่แห่งความรู้สึก
การเรียนรู้
การแสดงออก
และการเยียวยาจิตใจ
จากความรักในศิลปะ จึงเกิดการสร้าง JS Arts Gallery ขึ้นเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินจากหลากหลายรุ่นได้พบปะ แลกเปลี่ยน และแสดงผลงานอย่างอิสระ
แม้คุณสุจินตนาจะไม่ได้เรียกตัวเองว่าเป็นศิลปิน
แต่เธอเลือกที่จะเป็นผู้สนับสนุน
เป็นผู้เปิดพื้นที่
และเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้ศิลปะสามารถเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น
JS Arts Gallery
พื้นที่แห่งความสุข
สำหรับคุณสุจินตนา JS Arts Gallery ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่จัดแสดงงานศิลปะ
แต่เป็นพื้นที่ที่เธอตั้งใจให้เป็น
“พื้นที่แห่งความสุข”
พื้นที่ที่ศิลปินสามารถแสดงออก
พื้นที่ที่ผู้คนสามารถเข้ามาเรียนรู้
พื้นที่ที่คนรุ่นใหม่สามารถได้รับแรงบันดาลใจ
และพื้นที่ที่ศิลปะสามารถกลายเป็นพลังในการช่วยเหลือสังคม
เธอเชื่อว่าศิลปะสามารถทำให้ผู้คนมีความสุข
และเมื่อผู้คนมีความสุข พลังเหล่านั้นสามารถส่งต่อไปยังผู้อื่นได้
การทำงานกับคนรุ่นใหม่
อีกสิ่งหนึ่งที่คุณสุจินตนาให้ความสำคัญ คือการส่งต่อโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่
ทั้งในด้านการศึกษา
การเรียนรู้
ศิลปะ
และการพัฒนาความคิด
เธอเชื่อว่าคนรุ่นใหม่คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม
การเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ ได้สัมผัสกับธรรมชาติ ศิลปะ และความคิดที่หลากหลาย
จะช่วยสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจในตนเอง เข้าใจผู้อื่น และพร้อมที่จะสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้กับสังคม
ตัวตนที่อยู่เบื้องหลังการทำงาน
หากจะอธิบายตัวตนของคุณสุจินตนา
อาจไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งหรือบทบาท
แต่อยู่ที่ความเชื่อ
ความเชื่อในมนุษย์
ความเชื่อในความสุข
และความเชื่อในการให้
เธอเชื่อว่าคนเราไม่สามารถแก้ไขทุกปัญหาบนโลกได้
แต่เราสามารถเลือกที่จะช่วยเหลือในสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
และบางครั้ง
การช่วยเหลือเพียงหนึ่งคน
ก็อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนคนนั้นไปตลอดกาล
ครอบครัว
สำหรับคุณสุจินตนา ครอบครัวคือรากฐานสำคัญของชีวิต
เป็นพื้นที่แห่งความรัก
ความเข้าใจ
และการส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น
สิ่งที่ได้รับจากครอบครัว ไม่ได้เป็นเพียงชื่อหรือความผูกพัน
แต่คือแนวคิดในการใช้ชีวิต
ความรับผิดชอบต่อผู้อื่น
การเห็นคุณค่าของสังคม
และความเชื่อในการทำความดี
จากคุณแม่
สู่ลูก
จากคนรุ่นหนึ่ง
สู่คนอีกรุ่นหนึ่ง
การส่งต่อเหล่านี้ คือสิ่งที่ทำให้เจตนารมณ์ของการทำงานเพื่อสังคมยังคงดำเนินต่อไป
ปรัชญาการใช้ชีวิต
“ความสุขที่แท้จริง คือการได้เห็นผู้อื่นมีความสุข”
นี่คือแนวคิดที่สะท้อนการทำงานและการใช้ชีวิตของคุณสุจินตนา
การมีชีวิตที่ดี
ไม่ใช่เพียงการประสบความสำเร็จเพื่อตนเอง
แต่คือการได้ใช้ความสามารถ
โอกาส
และสิ่งที่เรามี
เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่น
วันนี้และอนาคต
ในวันนี้ คุณสุจินตนา จรรยาทิพย์สกุล ยังคงเดินหน้าทำงานในหลายบทบาท
ในฐานะประธานมูลนิธิเก้ายั่งยืน
ผู้สนับสนุนงานศิลปะ
ผู้สร้างพื้นที่แห่งความสุข
และผู้ที่เชื่อมั่นในพลังของการให้
ทุกบทบาทมีเป้าหมายร่วมกัน
คือการสร้างสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้น
สร้างโอกาสให้กับผู้คน
และส่งต่อความสุขไปสู่สังคม
สุจินตนา จรรยาทิพย์สกุล
ผู้สานต่อเจตนารมณ์แห่งการให้
ผู้สร้างพื้นที่แห่งความสุข
และผู้เชื่อมั่นว่า
“ความยั่งยืนที่แท้จริง เริ่มต้นจากหัวใจของผู้คน”
Green Living Workshop
March 15, 2024
Join us for an engaging workshop on sustainable living practices.
Eco-Friendly Fair
April 10, 2024
Explore eco-friendly products and solutions at our annual fair.
Sustainability Summit
May 22, 2024
Attend discussions with experts on the future of sustainability.
Community Clean-Up Day
June 5, 2024
Help us make a difference by participating in our clean-up event.

